您现在的位置是:俊杰廉悍网 > 综合
ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15%
俊杰廉悍网2026-01-08 09:52:43【综合】1人已围观
简介นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่
ปภคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตรแก้ปัญหาPMตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
很赞哦!(9383)
下一篇: 高手过招,列位看官请欣赏
站长推荐
友情链接
- 中国马术协会骑手分级考核(福建站)在漳州举行
- 炉石传说刀贼卡组代码 深暗领域武器贼刀贼卡组构筑2024
- 《三国志13》上级难度五路剧本赵统攻略
- 养生滋补汤锅/低价星级菜 天天渔港漳州店全奉送
- 《三国志13》战斗诛杀攻略
- 无尽冬日圣诞节活动预测攻略2025
- มนุษย์รักเดียวใจเดียวแค่ไหน เมื่อเทียบกับสัตว์โลกชนิดอื่น ๆ
- 2025广马明早7点开跑!赛事期间这些区域禁飞无人机
- 中国马术协会骑手分级考核(福建站)在漳州举行
- 统编义务教育中小学语文统编教材解读
- 滁州市多点发力加强公共文化空间建设
- 中交集团市场开发部赴开展调研交流
- 关于教师节的作文:奉献的精神
- 中国城乡党委书记、董事长胡国丹拜会北京市水务局党组成员、副局长伊锋
- 萌点爆表《Cabal1.5》溺爱你一生
- 战机大作战射手流阵容推荐攻略
- 2023年全国各省高考英语作文真题汇总
- 韩紫琳女子中巡锦标赛领跑冲冠 任玥1杆之差追首胜
- Nam sinh kiếm được hơn 300 triệu đồng từ nghiên cứu về AI
- 连续五年!洽洽上榜胡润中国食品行业百强榜







